OTHER IMAGES
วัยรุ่นไทย vs ฝรั่ง: คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมืองจริงหรือ?
4 เมษายน 2019
BY ภิญญดา ทุนคำ
Scroll to read more

STORY CONTINUES

 เขียนโดย:  ภิญญดา ทุนคำ 

กราฟฟิกโดย: ภูวิต จันทร์ฟอง 


วัยรุ่นไทย vs ฝรั่ง: ใครสนใจเรื่องการเมืองมากกว่า?

 

กระแสการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมานี้ถือได้ว่าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่สังคมไทย การเลือกตั้งที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ปัจจุบันนี้คงไม่มีใครกล้าปฎิเสธได้ว่าการเมืองและการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องของคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเลือกตั้ง แสดงความเห็น ถกเถียงปัญหาทางโลกโซเชียลมีเดียเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง

 

ด้วยเหตุนี้เองประโยคที่ว่า คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง คงจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางดังเช่นที่เคยเป็นมา อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าประโยคนี้มีมูลความจริงแค่ไหน วันนี้โครงการยูรีพอร์ต (U-Report) จะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติที่ประเทศอังกฤษ เราจะมาดูกันว่าแต่ละคนให้ความสำคัญกับการเมืองแค่ไหน และมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นกับการเมืองค่ะ

 

เริ่มจากฝั่งน้องๆนักเรียนไทยในอังกฤษ เราได้โอกาสสัมภาษณ์ตัวแทนคนรุ่นใหม่สามคนคือ เจ นักศึกษาชั้นปีสองคณะธุรกิจ Manchester University, อิน นักศึกษาชั้นปีที่สองคณะเศรษฐศาสตร์และการเงิน Exeter University และบิว นักศึกษาชั้นปีที่สองคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ King’s College Londonค่ะ

 

เมื่อเราถามน้องๆว่ามีความสนใจในการเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน บิวกับอินตอบคล้ายกันโดยไปทางสนใจเล็กน้อย หรือ ค่อนข้างสนใจ โดยเน้นว่าข่าวออนไลน์เป็นช่องทางที่ใช้ในการติดตามข่าวการเมืองค่ะ

 

อิน: “ค่อนข้างให้ความสนใจ ติดตามข่าวสารโดยตลอด ส่วนมากดูรายการข่าวสดออนไลน์เช่น YouTube Live ข่าวช่องวัน หรือคลิปต่างๆรวมถึงเพจใน Facebook”

 

ในขณะเดียวกัน เจให้คำตอบที่แตกต่างโดยให้ความเห็นว่า ไม่สนใจว่าใครจะชนะ แต่สนใจว่าเทรนด์ต่างๆ ของประเทศไทยจะเป็นยังไงเพื่อหาโอกาสและความเสี่ยงด้านธุรกิจ

 

คำถามที่สองเราได้ถามทั้งสามว่าคนเคยได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง อย่างเช่น ไปเลือกตั้งหรือไปเดินประท้วงหรือไม่ เจและบิวตอบว่าไม่เคย ส่วนอินกล่าวว่าตนได้ไปเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา และเคยไปร่วมเดินประท้วงกับพรรคที่ตนสนับสนุน

 

ต่อมาเราได้ถามความเห็นของน้องๆถึงแรงจูงใจที่นำไปสู่ความสนใจทางการเมืองที่แตกต่างกันในแต่ละคน ทุกคนได้ให้คำตอบที่ค่อนข้างแตกต่างชัดเจนกัน เจกล่าวว่าเขาสนใจแค่การเมืองที่อาจจะกระทบธุรกิจ บิวคิดว่าเป็นเพราะครอบครัวที่ทำให้เขาสนใจ ส่วนอินได้ให้ความเห็นว่า การเป็นพลเมืองที่ดีควรจะให้ความสำคัญกับการเมือง เนื่องจากการได้ผู้นำประเทศที่ดีจะนำประเทศไปสู่ทางที่ดี

 

และเมื่อเราถามน้องๆว่าคิดอย่างไรกับประโยคที่ว่า คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง มีแค่เจคนเดียวเท่านั้นที่ให้ความเห็นว่าจริง

เจ: “ผมคิดว่าจริง เพราะว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป

 

ส่วนอินกับบิวมองว่าไม่จริงเพราะคนรุ่นใหม่สนใจการเมืองมากขึ้น เนื่องจากสื่อสมัยนี้เข้าถึงได้ง่าย

 

อาจจะไม่จริงเพราะว่าก็เห็นคนที่เข้ามาคอมเมนท์ใน Facebook หรือ Instagram ของสื่อที่นำเสนอข่าวเชิงการเมือง ส่วนหนึ่งก็เป็นวัยรุ่น บิวกล่าว

 

จากบทสัมภาษณ์ตัวแทนนักเรียนไทยนี้เราจะเห็นได้ว่า น้องๆ ให้ความเห็น และความสนใจที่ต่างกันต่อการเมืองไทย เราคาดว่าคำตอบน่าจะเป็นคล้ายๆกันคือ น้องทุกคนเข้าร่วมการโหวต และติดตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิด แต่จากคำตอบของการสัมภาษณ์ เราอาจจะสรุปได้ว่าความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ต่อการเมืองไทยยังคงปะปนกันระหว่างคนที่สนใจและไม่สนใจอยู่ ช่วงเลือกตั้งนี้อาจจะเป็นช่วงที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเมืองมากขึ้นเนื่องจากกระแสในโลกออนไลน์ขยายตัวไว

 

เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนต่างชาติต่อประโยคเดียวกัน ในฝั่งของนักเรียนชาวต่างชาตินั้นเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ เดวิด หนุ่มลอนดอนชั้นปีหนึ่งคณะอุตุนิยมวิทยา Leeds University, ซูซาน นักเรียนชาวโปแลนด์ชั้นปีสองคณะสงครามศึกษา King’s College London , และแอนนา ชาวเวียดนาม-เบรารุสชั้นปีสองคณะธุรกิจและการจัดการ King’s College London ค่ะ

 

ในการสัมภาษณ์นี้เราใช้คำถามเดียวกันกับที่ถามนักเรียนไทย โดยคำถามแรก เราให้น้องๆอธิบายถึงความสนใจของตนเองต่อการเมืองในประเทศของตน โดยน้องๆชาวต่างชาติให้ความเห็นที่ค่อนข้างแตกต่างกันจาก สนใจในระดับหนึ่งจนไปถึงสนใจมากๆ ค่ะ

 

เดวิด: “ผมสนใจข่าวการเมืองมากๆ (ย้ำถึงสามครั้ง) ผมอ่านหนังสือพิมพ์และบทความที่แตกต่างกันตลอดเพื่อความสมดุลในการรับข่าวสาร (อ่านจากทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา) เนื่องจากผมเข้าใจว่าสื่อมักจะไม่มีความเป็นกลาง

 

เมื่อถามถึงช่วงเวลาที่เคยได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง นักเรียนชาวต่างชาติทุกคนกล่าวว่าไม่เคยได้ไปเลือกตั้งโดยมีเหตุผลที่ต่างกันไปเช่น แอนนาบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์โหวตในเบรารุส (ไม่มีสิทธิพลเมือง) เดวิดกล่าวว่าเขาไม่เคยเลือกตั้ง แต่ก็เคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มชาวยิวที่มหาลัยของเขา ส่วนซูซานบอกว่าตอนที่มีการเลือกตั้งในประเทศของเธอ เธอยังอายุไม่ถึงแต่ก็วางแผนว่าจะไปเลือกตั้งเร็วนี้ๆ และเสริมว่าเธอเคยได้ไปร่วมเดินพาเหรดประท้วงหลายครั้งที่วอร์ซอร์

 

ซูซาน : “ฉันเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงหลายครั้งบนถนนในวอร์ซอร์ หลังจากที่พรรคฝ่ายขวาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี2015 ก็มีกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญออกมาหลายฉบับจากรัฐสภา ช่วงประท้วงมีคนหลายพันออกมาเดินตามถนนเกือบทุกเดือนเลย และฉันรู้สึกภูมิใจมากที่ฉันเป็นหนึ่งในนั้น

 

และเมื่อเราถามถึงแรงจูงใจที่นำไปสู่ความสนใจทางการเมือง นักเรียนต่างชาติให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันทุกคนว่าเป็นเพราะการเมืองเป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อตัวเอง คนรอบข้าง และประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีความตระหนัก และเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ต่อมาเราได้ถามน้องๆต่างชาติว่าคิดอย่างไรเกี่ยวกับประโยคที่ว่า คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง ทุกคนกล่าวเหมือนกันว่าไม่จริง


ฉันไม่เห็นด้วย การที่คนรุ่นใหม่ออกมาต่อต้านปัญหาโลกร้อนจากทั่วทุกแห่งหนบนโลกในช่วงมีนาคมที่ผ่านมาเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามันไม่จริง คนรุ่นใหม่สนใจการเมือง และพวกเขาแสดงออกว่าสนใจมากขึ้นในหัวข้อต่างๆซูซานตอบ

 

เดวิดได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจต่อคำถามนี้ว่า ฉันคิดว่าอัตราการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ต่อการเมืองค่อนข้างสูง แต่คนรุ่นใหม่พวกนี้อาจจะแค่สนใจปัญหาสังคมเพราะทำตามเพื่อนๆ หรือคนส่วนใหญ่ ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะมีความรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องทำการเปลี่ยนแปลงโลกนี้ พวกเขายังขาดความเข้าใจในปัญหาอย่างแท้จริง พูดง่ายๆมันเหมือนกับว่าเขาไม่ค่อยสนใจข้อเท็จจริงเท่าไหร่ เพราะความสนใจของเขาอันที่จริงแล้วถูกขับเคลื่อนโดยอารมณ์

 

จากบทสัมภาษณ์นี้ เห็นได้ชัดว่าน้องๆชาวต่างชาติมีความชัดเจนในความสนใจทางการเมืองมาก หากรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่พอใจ การออกไปประท้วงหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองก็เป็นทางเลือกในการแสดงออกที่ดูจะได้รับความนิยมมากในหมู่นักเรียนต่างชาติ

 

เราคงฟันธงไม่ได้ว่าวัยรุ่นไทยหรือฝรั่ง ใครสนใจการเมืองมากกว่ากัน เพราะอันที่จริงแล้ว การแสดงออกทางความคิดและความสนใจแตกต่างกันมาก นักเรียนต่างชาติอาจจะกล้าออกไปเข้าร่วมขบวนมากกว่า เพราะเขาอาจมองว่าเป็นสิ่งพึงกระทำหรือเป็นหน้าที่พลเมือง ในสังคมที่เปิดพื้นที่ให้แสดงออกผ่านการชุมนุม ส่วนสำหรับวัยรุ่นไทย บางทีการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นทางโลกออนไลน์ก็อาจจะถือว่าเพียงพอแล้ว เนื่องจากเรามีทั้งข้อจำกัดในการชุมนุม แถมผู้ใหญ่และครอบครัวที่เห็นว่าการชุมนุมเป็นสิ่งอันตรายสำหรับวัยรุ่น เรามีประวัติศาสตร์ที่อาจไม่เอื้ออำนวยต่อการชุมนุมประท้วงมากนัก อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ วัยรุ่นไทยจึงแสดงความสนใจในอีกรูปแบบออนไลน์มากกว่า แต่ที่แน่ๆ เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่าความคิดที่เชื่อว่า คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง ล้าสมัยไปแล้วจริงๆ ในยุคปัจจุบัน 

 


RELATED POLLS


FEATURED IMAGES


RELATED STORIES

มุมมืดของบอลโลก เรื่องเล่าจากคนชอบพนัน
READ MORE →

ARCHIVED STORIES

FILTER

LIST