HOME SCHOOL
โลกใบ (ไม่) เล็ก ของเด็กโฮมสคูล
18 กุมภาพันธ์ 2019
BY นันทิศา แดงนรรักษ์รัศมี U-REPORT CONTENT WRITER
Scroll to read more

STORY CONTINUES

โลกใบ (ไม่) เล็ก ของเด็กโฮมสคูล

เมื่อพูดถึงคำว่าโฮมสคูล (Home School)หลายคนๆอาจจะคิดถึง ภาพการเรียนหนังสือที่บ้านด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปโรงเรียน และดูน่าจะไม่ค่อยมีเพื่อน ซึ่งตัวเราเองเมื่อก่อนก็มีภาพจำคล้ายๆแบบนี้เหมือนกัน ด้วยความที่รายละเอียดของเรื่องโฮมสคูลดูจะไม่ใช่อะไรที่เข้าถึงง่ายสักเท่าไหร่ วันนี้เราเลยจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับระบบโฮมสคูลและคนที่เรียนอยู่ในระบบนี้จริงๆ ว่าจะเป็นอย่างที่เราคิดและเข้าใจมาตลอดหรือเปล่า

ก่อนอื่นเราก็ต้องมาทำความรู้จักกันก่อน ว่าโฮมสคูลในประเทศไทยตอนนี้ มีอยู่ด้วยกัน แบบ มีวิธีจัดการเรียนรู้และประเมินผลต่างกันออกไป ก่อนที่จะสมัครแบบไหน จึงควรหาข้อมูลให้ดีก่อน เพื่อจะเลือกวิธีการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนให้ได้มากที่สุด

แบบที่ ขึ้นทะเบียนกับเขตพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ 

สามารถเรียนได้ตั้งแต่อนุบาล จนถึงระดับมัธยมปลาย การเรียนแบบนี้มีจุดแข็งคือ ครอบครัวและตัวผู้เรียนเอง สามารถออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนตามที่ตัวเองสนใจ อยากเพิ่มลดวิชาไหนก็ทำได้ แต่อย่าลืมว่าเมื่อมีวิชาที่เรียน ก็จะต้องมีการออกแบบการประเมินผลที่เหมาะสม เมื่อออกแบบเสร็จต้องยื่นกลับไปให้เขตฯ ประเมินว่าผ่านหรือไม่ จึงสามารถจัดการเรียนการสอนได้ต่อไป ซึ่งหากมีข้อสงสัยหรืออยากได้คำแนะนำก็สามารถสอบถามจากเขตฯ ได้ 

และเมื่อเรียนจบ ได้รับใบประกาศ ก็สามารถนำไปสอบเรียนต่อได้เหมือนกับเด็กที่เรียนในระบบโรงเรียนปกติทั่วไป

แบบที่ 2การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)

         การเรียน กศน. สามารถเทียบโอนหน่วยกิตจากในระบบปกติที่เคยเรียนผ่านมาแล้ว เลือกเรียน 1วันต่อสัปดาห์ หนังสือเรียนมีทั้งแบบหนังสือเล่มและ e-bookการเรียนมีตั้งแต่ระดับประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย สามารถเรียนจบในแต่ละระดับได้เร็วที่สุดภายในระยะเวลา เทอม (ปี) โครงสร้างในการเรียนประกอบไปด้วย5สาระ ได้แก่ สาระทักษะการเรียนรู้ สาระความรู้พื้นฐาน สาระการเรียนรู้การประกอบอาชีพ สาระทักษะการดำเนินชีวิต และสาระการพัฒนาสังคม นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร กศน. แบบ ปวช. ที่ กศน. เขตตลองเตยและ กศน. เขตธนบุรี และหลักสูตร กศน. แบบ อินเตอร์ด้วยนอกจากการศึกษาปกติ ทาง กศน. เองยังมีสอนวิชาชีพ ประชาชนทั่วไปและนักเรียนที่มีความสนใจสามารถไปสมัครได้  

ใบประกาศที่ได้รับก็สามารถนำไปสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐบาลและเอกชนได้เหมือนกับเด็กที่เรียนในระบบโรงเรียนปกติทั่วไปเช่นกัน เพียงแต่ว่าในรายละเอียดการสอบแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นอาจจะต้องการหลักฐานการสมัครที่แตกต่างกัน นักเรียนอาจจะต้องติดตามข่าวสารการสมัครและติดต่อประสานงานกับ กศน. พื้นที่ที่เรียนอยู่ด้วย

แบบที่ ฝากชื่อหรือจดทะเบียนกับโรงเรียนที่รองรับเด็กโฮมสคูล

การเรียนแบบนี้ผู้ปกครองสามารถไปติดต่อกับโรงเรียนที่เปิดรับนักเรียนโฮมสคูลได้ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ (ที่เฌอปราง BNK48เคยเรียนจบมา) แม้ว่าตัวเด็กเองสามารถเรียนที่บ้านได้เป็นหลัก (หรือหากต้องการเข้าเรียนกับโรงเรียนเป็นบางวิชาก็สามารถตกลงกับโรงเรียนได้) แต่หลายๆกิจกรรมยังต้องไปเข้าร่วมกับโรงเรียนตามที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจทำให้ไม่ผ่านหลักสูตรและเรียนไม่จบได้ 

แบบที่ เรียนกับสถาบันการศึกษาทางไกล

            ความจริงแล้วการเรียนแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการเรียน กศน. แบบหนึ่ง มีหลักสูตรกำหนดมาให้ สามารถเลือกลงวิชาที่ชอบเองได้บางส่วน มีอีกส่วนบังคับลง แต่ก็มีความต่างกันอยู่บ้างคือ สามารถเรียนที่บ้านเต็มเวลาได้เลย มีการสอบกลางภาคและปลายภาคคล้ายระบบปกติมาก แต่การสอบกลางภาคจะเป็นข้อสอบอัตนัยแบบเปิดหนังสือได้ 60 คะแนน มีเวลาทำประมาณ 1 เดือน เสร็จแล้วส่งกลับไปตรวจ ส่วนการสอบปลายภาคต้องไปสอบในสถานที่ๆจัดไว้ให้ เป็นข้อสอบปรนัย 40 คะแนน ผลการประเมินเป็นแบบเกรด 0-4 นอกจากนั้นยังต้องมีการทำ กพช. หรือกิจกรรมนอกเวลาจำนวน 200 ชั่วโมง และมีการสอบ N-NET(ระบบปกติคือ O-NET)ก่อนเรียนจบในแต่ละช่วงชั้นจะมีกิจกรรมบังคับเข้าร่วม 1 ครั้ง ไม่ต้องทำโปรเจ็กต์จบเหมือนแบบที่ขึ้นทะเบียนกับเขต และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเรียน

            ถ้าอายุเกิน 15 ปีก็สมัครเข้าเรียนได้เลย สามารถเรียนจบได้เร็วที่สุดภายในระยะเวลา 2 ปี แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 15 ปี จะต้องไปทำเรื่องขอกับสถาบันการศึกษาทางไกล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ให้มีการอนุมัติก่อน จึงจะสามารถเรียนได้

แบบที่ หลักสูตรต่างประเทศ

            ทำได้โดยติดต่อซื้อหลักสูตรต่างประเทศ ให้ส่งหนังสือเรียนและข้อสอบมาให้ที่บ้าน แล้วจึงนำมาขอยื่นเทียบวุฒิการศึกษาในเมืองไทยอีกครั้ง หรือหากต้องการสอบเทียบวุฒิมัธยมปลายด้วยหลักสูตรต่างประเทศ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

มาคุยกับเด็กโฮมสคูลกัน

คนหนึ่งที่เราได้มีโอกาสคุยด้วยคือ น้องแดน แดนไท สุขกำเนิด วัย 14 ปี ที่กำลังศึกษาในหลักสูตรสถาบันการศึกษาทางไกล แม้จะอายุน้อย แต่น้องแดนมีดีกรีเป็นถึงเยาวชนนักออกแบบบอร์ดเกมอาชีพ และน้องยังเป็น U-Inspirer คนล่าสุด ประจำเดือนมกราคม 2562 ของ U-Report Thailand ด้วย เห็นทำอะไรมากมายแบบนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้องแดนสามารถวางแผนจัดการการเรียนและการทำงานได้ด้วยตัวเอง เพราะการเรียนแบบโฮมสคูลนั่นเอง

            “ตอนนั้นไปงานมหาลัยเถื่อนครับ มันเป็นงานที่จะมีคนมาแชร์ไอเดีย แชร์ความรู้กันน่ะครับ ตอนนั้นเป็นธีมเรื่อง ปัญญาอนาคต มีคนที่เขาเรียนโฮมสคูลมาแล้วเอามาแชร์ไอเดีย  ในใจผมคิดว่าน่าจะทำได้ เลยลองไปถามพี่เขาดู ชื่อพี่ป้อมปืน เป็นคนแรกๆที่มาทำโฮมสคูลว่ามันมีวิธีไหนบ้าง แล้วก็เริ่มเปลี่ยนมาเรียนทางนี้คือตอนแรกไม่ได้คิดเป๊ะๆหรอกครับ แต่เราไม่โอเคแบบที่เราเรียนในระบบมากนัก เพราะรู้สึกว่าเราอยากเลือกวิธีการเรียนรู้ของตัวเอง

            และเมื่อน้องแดนตัดสินใจแน่ๆแล้วว่าจะเปลี่ยน ก็ได้มีการพูดคุยตกลงกับคุณพ่อคุณแม่เพียงครั้งเดียว แล้วก็ได้รับอนุญาติเลย โดยมีข้อตกลง 4 ข้อที่ต้องปฏิบัติให้ได้ 4 ข้อคือ  

            1. ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ 

            2. ทำสิ่งที่ชอบให้หาเงินได้กลายเป็นผู้ประกอบการ

            3. มีเครือข่ายใหม่ เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ รู้จักคนใหม่ๆ 

            4. ให้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบด้วย แต่ไม่ได้บังคับเหมือนในโรงเรียน แค่ให้รู้หรือเข้าใจคนอื่นๆ หรือเข้าใจเรื่องอื่นๆชัดเจนมากขึ้น

“แล้วเรื่องเพื่อนล่ะคะ เรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน หรือมีเพื่อนน้อยบ้างไหม”

“ไม่นะครับ จริงๆผมคิดว่าน่าจะมีเพื่อนเยอะกว่าคนที่เรียนในโรงเรียนอีก เพราะว่าเดือนหนึ่งผมไปข้างนอกประมาณ 3-4ครั้ง เป็นวิทยากรอบรมก็ประมาณ2-3ครั้งต่อเดือน อบรมครั้งหนึ่งอย่างน้อยก็มีผู้อบรมประมาณ 30คน เพื่อนๆในนั้นก็เยอะอยู่แล้ว แค่มันต่างวัยเฉยๆ ไปอบรมให้อาจารย์มหาวิทยาลัยบ้าง นิสิตนักศึกษาบ้าง พนักงานบริษัทบ้าง ก็เลยไม่ได้เหงารู้สึกเหงาอะไรเลย แล้วก็มีพี่ๆในทีมอยู่แล้ว พี่ๆเขาก็ 30กว่าแล้วนะ แต่ว่าก็ยังเล่นบอร์ดเกมกัน”

“พูดง่ายๆเลยคือ น้องไม่มีปัญหาเรื่องเพื่อนจากการเรียนโฮมสคูล”

ใช่ครับ”

มีข้อดีเยอะ แล้วข้อเสียล่ะ จะมีบ้างไหมนะ

“ผมว่าหลักสูตรมันไม่ค่อยอัพเดตเลยครับ หลักสูตรบางเล่มก็เขียนตั้งแต่ปี 2554 ก็อาจจะมีบางเล่มปี 2556 หรือ 2559 บ้าง บางเรื่องก็อ่านไม่ค่อยเข้าใจ บางเรื่องก็ซ้ำซ้อนกัน อีกเรื่องหนึ่งคือเวลาไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาหลักสูตรบางทีคุยยากกว่าโรงเรียน เพราะมันไม่ใช่ว่าจะคุยกับคนเขียนหลักสูตรโดยตรงได้ง่ายๆ ส่วนตัวชอบโรงเรียนตรงที่คุยง่ายกว่า ทางแก้ก็แนะนำให้ทำเป็นไม่สนใจ ตอบไปตามที่หนังสือบอก แต่ผมก็ยังยึดในความคิดของผมนะ แล้วก็ไปหาข้อมูลจากแหล่งอื่นอีกที ว่าที่ผมคิดมันเป็นยังไงกันแน่ ”  

น้องแดนเล่ายิ้มๆ แล้วยังเสริมอีกว่า เพราะว่าเรียนด้วยตัวเองไม่มีคุณครูให้คำปรึกษา จึงจำเป็นต้องขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองเสมอ ค่อนข้างหนักเรื่องการค้นคว้ามากกว่าเพื่อนๆที่เรียนแบบปกติ แต่ก็เพราะแบบนี้เลยทำให้ได้เจอข้อมูลใหม่ๆ สนุกๆหลายเรื่องด้วยเหมือนกัน 

“ส่วนเรื่องความยากง่ายของข้อสอบ ปลายภาคที่เป็นข้อกา ง่ายมาก แต่กลางภาคที่เป็นข้อเขียนค่อนข้างใช้พลังงานเยอะ เพราะวิชานึงจะมี 4 ข้อ ข้อละ 1 หน้าA4 ถ้าเทอมปกติของ ม.ต้น เรียน 4 วิชาก็ต้องเขียน 16 แผ่น ซึ่งก็เหนื่อยมาก โจทย์ไม่ถึงกับยากแต่ก็ต้องคิดประมาณหนึ่ง แต่พวกวิชาเศรษฐศาสตร์โจทย์ที่ให้เสนอวิธีการในการแก้ปัญหาต่างๆ นานาจะยากมาก เพราะทางเลือกที่เป็นไปได้มันเยอะมาก แต่ก็ต้องเดาให้ได้ว่าคนตรวจจะเลือกทางไหน”

น้องแดนกล่าวทิ้งท้าย ซึ่งแม้แต่เราเองก็เห็นด้วย ว่าบางทีการประเมินผลต่างๆนั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากการคาดเดาความชอบของผู้ตรวจด้วย การเรียนในระบบโรงเรียนปกติได้เจอคุณครู ได้ส่งการบ้าน ส่งงาน ก็จะทำให้เราได้รู้แนวทางการทำข้อสอบจากเรื่องที่ครูชอบถาม ชอบให้ทำงานต่างๆมาทำ เพราะตามปกติการออกข้อสอบจะต้องอิงจากข้อมูลที่นักเรียนได้เรียนในห้อง ซึ่งในแต่ละที่คุณครูอาจจะเน้นเนื้อหาแต่ละจุดไม่เท่ากันก็ได้

การเรียนในสถาบัน ยังคงเป็นสิ่งที่ดีและควรมีอยู่ เพียงแต่ไม่ควรเป็นคำตอบเดียว เพราะคนทุกคนมีความแตกต่าง มีศักยภาพและหนทางสู่ความสำเร็จที่ไม่เหมือนกัน บางคนเดินตามหนทางแห่งความสำเร็จที่มีคนเคยผ่านแล้วได้ผล แต่บางคนอาจไม่สำเร็จและจำเป็นต้องค้นหาใหม่ จะดีหรือไม่หากมีการส่งเสริมให้มีการเลือกในทางที่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องรอ การยอมรับในความต่างของเด็กแต่ละคนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

                        

อ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=nKZWXz8XuZw

https://pantip.com/topic/30535881

https://www.dek-d.com/studyabroad/44532/


RELATED POLLS

No related polls.

FEATURED IMAGES


RELATED STORIES

No related stories.

ARCHIVED STORIES

FILTER

LIST