นโยบายสังคม และ งานรณรงค์
เยาวชนไทยกับความหวังในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น
22 พฤษภาคม 2018
โดย นันทิศา แดงนรรักษ์รัศมี- เยาวชนกลุ่ม U-REPORT CONTENT GROUP
เลื่อนเพื่ออ่านเพิ่มเติม

อ่านเรื่องราวต่อ

เขียนโดย: นันทิศา แดงนรรักษ์รัศมี- Content Writer กลุ่ม U-Report Content Group

กราฟฟิกโดย: ภูวิท จันทะฟอง - Graphic Designer กลุ่ม U-Report Content Group


การทุจริตและคอร์รัปชั่น เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนคงเคยได้ยินกันมานาน และปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ จนแม้แต่ตัวเราก็อาจเคยเป็นส่วนหนึ่งของการทำความผิด เพราะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หลายปีมานี้ ค่านิยมต่อการทุจริตและการโกงของคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไป เริ่มมีโครงการของรัฐและเครือข่ายนักศึกษาต่างๆ เพื่อปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ “โตไปไม่โกง” หรือการออกมารณรงค์ ต่อต้านกันเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นกระแสอะไรมากนัก

 

ทว่าไม่นานมานี้ ประเทศเราก็ได้เห็นถึงพลังของเยาวชนในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นอีกครั้ง แต่มาแบบจริงจัง และเป็นวาระระดับชาติ จากกรณีของนางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือ แบม นักศึกษาชั้นปี 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างที่ตนฝึกงาน ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบและเอาผิดขบวนการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งโดยเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศ ซึ่งยูรีพอร์ตก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องแบมเกี่ยวกับการกระทำที่กล้าหาญของเธอ

 

 “มันมีทั้งความกดดันที่เราได้รับนะคะ กว่าที่จะตัดสินใจเข้ามาร้องเรียนได้ก็ทั้งน้ำตา การที่เราปรึกษาใครสักคนน่ะ แล้วเขาไม่ให้คำปรึกษาเรา ไม่ช่วยเหลือเราอย่างงี้ค่ะ มันทำให้เสียความรู้สึกได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ มันเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แล้วทำให้เรามีแรงผลักดัน ลุกขึ้นมาสู้ เพื่อคนสองพันคนที่เราลุกขึ้นมาสู้เพื่อเขา” น้องแบม กล่าว

 

การเปิดโปงการทุจริตระดับชาติครั้งนี้ ก็เป็นที่น่าตกใจ(หรือเปล่า) ว่ามีคดีมากถึง 67 จาก 77 จังหวัด น่าคิดจริงๆว่า หากแม้แต่เงินยังไปไม่ถึงคนที่ควรจะได้รับแบบนี้ แล้วเงินส่วนอื่นๆสำหรับการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ล่ะ จะรอดไหม? ที่สำคัญการทุจริตและคอร์รัปชั่นที่มากมายในประเทศ มีผลกระทบต่อทัศนคติและแนวคิดของคนไทยรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง เครือข่ายยูรีพอร์ต ประเทศไทย (U-Report Thailand)จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นวัยรุ่นและเยาวชนไทยทั่วประเทศอายุระหว่าง13-24 ปี จำนวน2,111 คน ผ่านระบบโพลออนไลน์เกี่ยวกับทัศนคติต่อการทุจริตและคอร์รัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เล็กๆ ซึ่งสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตที่ใหญ่กว่าแน่ๆ อย่างการให้คนอื่นลอกการบ้านหรือข้อสอบ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าคนที่ให้ลอกมีความผิดเท่ากับคนขอลอก (ร้อยละ 72)หรือการให้ของขวัญหรือสิ่งตอบแทนที่ไม่ใช่เงินแก่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเยาวชนเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่แน่ใจว่าถือเป็นการทุจริตหรือไม่ (ร้อยละ 39)ผลโพลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่นยังไม่ถูกนำเสนอต่อสาธารณะ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนอย่างเพียงพอ

 

สำหรับมุมมองเรื่องการเลี่ยงจ่ายภาษีเต็มอัตรา เยาวชนเกือบทั้งหมดมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยร้อยละ 48 มองว่าเป็นความผิดปานกลาง และร้อยละ 46 มองว่าเป็นความผิดร้ายแรง ในขณะที่กรณีคดีล่าเสือดำเยาวชนมีความเห็นที่แตกต่างกันสามลักษณะ คือ เชื่อว่าจะไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ (ร้อยละ 37) จะได้รับโทษร้ายแรง (ร้อยละ 35) และโดนลงโทษแต่ไม่ร้ายแรง (ร้อยละ 29)และประเด็นสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ มุมมองของเยาวชนต่อผู้ก่อให้เกิดการทุจริตมากที่สุดในประเทศ ซึ่งเยาวชนส่วนใหญ่เห็นว่าอันดับหนึ่งคือนักการเมือง (ร้อยละ 59)รองลงมาคือข้าราชการ (ร้อยละ 31)

 

แม้จะไม่มีความเชื่อมั่นในระบบและเจ้าหน้าที่รัฐมากนักจากผลโพลข้างต้น แต่เยาวชนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 52) บอกว่าพวกเขาจะแจ้งหน่วยงานรัฐหากพบเห็นการทุจริต ซึ่งสอดคล้องกับผลโพลที่เผยว่าหากจะมีใครมาให้ความรู้เรื่องการคอร์รัปชั่น เยาวชนส่วนใหญ่จะเชื่อหน่วยงานภาครัฐมากที่สุด ตามด้วยคนในครอบครัว ครูอาจารย์ คิดเป็นร้อยละ 26,21 และ 20 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มีเยาวชนกว่าร้อยละ 37 ที่บอกว่าไม่แน่ใจว่าตนจะแจ้งเหตุการทุจริตหรือไม่ โดยมีเหตุผลหลักคือ ไม่คิดว่าผู้ที่ทำความผิดจะได้รับโทษ(ร้อยละ45) หรือกลัวว่าจะกลายเป็นตัวเองที่ไม่ได้ทำผิด แต่ถูกลงโทษตักเตือนเสียเอง (ร้อยละ 23)

 

ในฝั่งของการเลือกตั้ง ถือเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆที่เยาวชนใส่ใจและให้ความสำคัญ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข่าวต่างๆหลุดรอดมาให้สาธารณชนได้เคลือบแคลงเสมอ ว่าทุกขั้นตอนกระบวนการมีความโปร่งใสเพียงใด แล้วเสียงของประชาชนที่ส่งไปนั้น “ถึง” จริงหรือไม่ หรือแค่หล่นหายไประหว่างทางกันแน่ จากผลโพล เยาวชนบอกว่าพ่อแม่และคนใกล้ชิดมีผลต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกพรรคการเมืองในระดับปานกลางถึงมาก เท่ากันกับที่ร้อยละ 29และบอกว่ายังเลือกตั้งไม่ได้ อยู่ที่ร้อยละ 28

 

สุดท้ายนี้สำหรับเยาวชนแล้วพวกเขาต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น โดยการไม่กระทำทุจริตหรือคอร์รัปชั่นเอง (ร้อยละ 51)จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ (ร้อยละ 18) และอยากมีส่วนร่วมจัดทำสื่อสร้างสรรค์ที่(ร้อยละ 17)

 

ผลโพลยูรีพอร์ตทั้งหมดนี้แสดงถึงพลังความต้องการของเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความกล้า พร้อมเปลี่ยนแปลงค่านิยมและสังคมให้ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่แล้วว่าต้องการเห็นและพร้อมทำในสิ่งเดียวกันด้วยหรือไม่


สำหรับน้องๆ เด็กและเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายยูรีพอร์ต สามารถเข้าร่วมได้ง่ายๆ เพียงแค่ไปที่เฟซบุ๊กเพจยูรีพอร์ตประเทศไทย แล้วคลิกปุ่มส่งข้อความเพื่อเริ่มการลงทะเบียนเข้าร่วมเลย และอย่าลืมกด Like และ Follow ด้วย เพื่อที่จะได้ไม่พลาดข่าวสารต่างๆ ผลสำรวจ และกิจกรรมที่เครือข่ายยูรีพอร์ตจะมีในอนาคต


รูปภาพแนะนำ


เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

มลภาวะอากาศ: ภัยใกล้ตัวคนไทยรุ่นใหม่
อ่านเพิ่มเติม →
เยาวชนไทยอยากเห็นประเทศไทยมีพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสังคมมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม →

เรื่องราวที่ถูกจัดเก็บ

ตัวกรอง

รายการ